ฟื้นฟูแม่น้ำกกสร้างเชียงรายเมืองสุขภาวะเปิดแนวคิด 4 ระบบบำบัดน้ำ

แชร์ข่าว

ฟื้นฟูแม่น้ำกกสร้างเชียงรายเมืองสุขภาวะเปิดแนวคิด 4 ระบบบำบัดน้ำควบคู่เกษตรปลอดภัยเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

จากวิกฤตคุณภาพน้ำแม่น้ำกก สู่ข้อเสนอฟื้นฟูทั้งระบบ ผสานแนวคิดจัดการน้ำจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่น กับการลดสารเคมีภาคเกษตร เชื่อมตลาดอาหารปลอดภัย สร้างความมั่นคงด้านน้ำ สุขภาพ และเศรษฐกิจชุมชน เพื่อส่งต่อเชียงรายที่ดีให้คนรุ่นต่อไป

จังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญโจทย์สำคัญด้านทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะปัญหาการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนักในแม่น้ำกก ซึ่งสร้างความกังวลต่อประชาชนและส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ ทั้งด้านการเกษตร ระบบนิเวศ วิถีชีวิต และเศรษฐกิจชุมชนตลอดลำน้ำ

ท่ามกลางความพยายามจัดหาแหล่งน้ำดิบทางเลือกเพื่อสร้างความมั่นคงให้ระบบประปา มีข้อเสนออีกด้านที่ไม่ควรถูกละเลย นั่นคือการฟื้นฟูแม่น้ำกกอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สายน้ำสายสำคัญของเชียงรายกลับมาเป็นทรัพยากรที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว

นายกิตติ ทิศสกุล หรือ “ลุงหนิ่ง” เสนอแนวคิดให้จังหวัดเชียงรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำแผนฟื้นฟูแม่น้ำกกแบบบูรณาการ โดยนำเทคโนโลยีจัดการน้ำมาศึกษาทดลอง ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนวิถีเกษตรกรรม ลดการใช้สารเคมี และสร้างระบบตลาดรองรับผลผลิตปลอดภัย ภายใต้แนวทางพัฒนาเชียงรายสู่เมืองสุขภาวะ หรือ Wellness City

ถอดบทเรียนต่างประเทศสู่แนวคิดฟื้นฟูแม่น้ำกก

จุดเริ่มต้นของข้อเสนอนี้เกิดจากการศึกษาตัวอย่างการจัดการทรัพยากรน้ำในต่างประเทศ โดยเฉพาะคลองชองกเยชอน กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตัวอย่างการฟื้นฟูทางน้ำในเมืองให้กลับมามีบทบาทด้านสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สาธารณะ รวมถึงแนวทางจัดการน้ำจากประเทศญี่ปุ่น ทั้งเมืองสึรุโอกะและคุมาโมโตะ

แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาพิจารณาร่วมกับบริบทของจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะระบบจัดการน้ำบริเวณเขื่อนแม่สรวย ตลอดจนเทคโนโลยีกรองน้ำที่สามารถจัดการสารหนูและโลหะหนักได้

นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาตัวอย่างการแก้ไขปัญหาและจัดการทรัพยากรในพื้นที่วัดดอยอินทรีย์ ผ่านการพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดกับพระอาจารย์วิบูลย์ เพื่อนำประสบการณ์ในพื้นที่มาประกอบการพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมกับเชียงราย

จากการรวบรวมแนวคิดเหล่านี้ จึงเกิดเป็นข้อเสนอระบบบำบัดน้ำ 4 รูปแบบ ได้แก่ บ่อผันน้ำบำบัด ฝายกรอง เขื่อนร่วมระบบท่อกรอง และแพกรองพลังงานแสงอาทิตย์

ทั้ง 4 รูปแบบยังเป็นข้อเสนอที่ต้องเข้าสู่กระบวนการศึกษาความเป็นไปได้ ทดลอง และประเมินประสิทธิภาพอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะความสามารถในการกำจัดสารหนูและโลหะหนัก ต้นทุนการก่อสร้าง การบำรุงรักษา และการจัดการตะกอนหรือวัสดุกรองที่ปนเปื้อน

หัวใจสำคัญไม่ใช่การเลือกเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งทันที แต่เป็นการเปิดโอกาสให้หน่วยงานวิชาการและผู้เชี่ยวชาญร่วมกันศึกษาว่า ระบบใดเหมาะสมกับสภาพแม่น้ำกก และสามารถนำไปใช้งานได้จริงโดยไม่สร้างผลกระทบใหม่ต่อสิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกัน การจัดหาแหล่งน้ำดิบทางเลือกสำหรับระบบประปายังคงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินควบคู่กัน เพราะการสร้างความมั่นคงด้านน้ำอุปโภคบริโภคกับการฟื้นฟูแม่น้ำกกเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกัน แต่มีเป้าหมายและมาตรการดำเนินงานแตกต่างกัน

แก้ปัญหาทั้งต้นน้ำและปลายน้ำไม่ปล่อยให้มลพิษเพิ่มขึ้น

อีกประเด็นสำคัญคือ การฟื้นฟูแม่น้ำกกไม่สามารถอาศัยระบบบำบัดน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ต้องจัดการแหล่งกำเนิดมลพิษควบคู่กัน

สำหรับปัญหาสารหนูและโลหะหนักที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเหมืองในพื้นที่ต้นน้ำฝั่งประเทศเมียนมา จำเป็นต้องอาศัยการตรวจสอบแหล่งกำเนิด การติดตามคุณภาพน้ำ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกลไกประสานงานข้ามพรมแดน

ส่วนภายในจังหวัดเชียงราย ยังมีมาตรการที่สามารถเริ่มดำเนินการได้ โดยเฉพาะการลดมลพิษจากภาคเกษตรกรรม

น้ำฝนที่ไหลผ่านพื้นที่เพาะปลูกอาจพัดพาดินตะกอน ปุ๋ยส่วนเกิน และสารกำจัดศัตรูพืชลงสู่ลำห้วยและแม่น้ำ การลดการใช้สารเคมีเกินความจำเป็น การจัดการดิน และการควบคุมน้ำไหลบ่าจึงช่วยลดภาระมลพิษที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ได้

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดเจนว่า การลดสารเคมีทางการเกษตรไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแก้ปัญหาสารหนูจากกิจกรรมเหมืองต้นน้ำได้โดยตรง เพราะมลพิษแต่ละประเภทมีแหล่งกำเนิดและวิธีจัดการแตกต่างกัน

การดำเนินงานจึงควรใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระบุสาเหตุอย่างรอบด้าน เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขให้ตรงกับปัญหา และไม่ผลักภาระความรับผิดชอบไปยังเกษตรกรโดยไม่มีหลักฐานรองรับ

เกษตรปลอดภัยจุดเริ่มต้นของเชียงรายเมืองสุขภาวะ

แนวคิดสำคัญอีกด้านของนายกิตติ คือการเชื่อมโยงการฟื้นฟูแม่น้ำกกเข้ากับการพัฒนาเชียงรายเมืองสุขภาวะ โดยมองว่าคุณภาพชีวิตที่ดีต้องเริ่มจากพื้นฐานสำคัญ ได้แก่ ดิน น้ำ อาหาร สิ่งแวดล้อม และรายได้ของประชาชน

การส่งเสริมเกษตรปลอดภัยจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการรณรงค์ลดการใช้สารเคมี แต่ต้องสร้างระบบสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนวิธีผลิตได้จริง

ทั้งการตรวจวิเคราะห์ดิน การใช้ปุ๋ยตามความต้องการของพืช การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน การใช้ชีววิธี และการจัดการภาชนะบรรจุสารเคมีอย่างถูกต้อง

พื้นที่เพาะปลูกที่เชื่อมต่อกับลำห้วยและแม่น้ำควรได้รับการส่งเสริมมาตรการป้องกันการชะล้าง เช่น การปลูกพืชคลุมดิน แนวพืชกันชน บ่อดักตะกอน และระบบจัดการน้ำไหลบ่า โดยออกแบบให้เหมาะสมกับภูมิประเทศ

มาตรการเหล่านี้สอดคล้องกับหลักการจัดการมลพิษจากการเกษตรขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ที่ให้ความสำคัญกับการลดการสูญเสียดิน ธาตุอาหาร และสารปนเปื้อนจากพื้นที่เพาะปลูกสู่แหล่งน้ำ

แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ เกษตรกรต้องได้รับการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ ต้นทุน และตลาด เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่เกษตรปลอดภัยไม่กลายเป็นภาระที่ต้องแบกรับเพียงฝ่ายเดียว

ใช้ตลาดนำการผลิตสร้างรายได้ให้เกษตรกรที่ดูแลสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาเกษตรปลอดภัยให้เกิดความยั่งยืน จำเป็นต้องมีตลาดรองรับอย่างชัดเจน เพราะหากเกษตรกรลงทุนปรับเปลี่ยนวิธีผลิต แต่ไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม การดำเนินงานก็อาจไม่ต่อเนื่อง

แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับ โครงการบูรณาการและขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาวะตลอดห่วงโซ่ ซึ่งมุ่งสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิต ผู้รวบรวมสินค้า ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค

โดยให้ร้านอาหาร โรงแรม โรงเรียน โรงพยาบาล และตลาดในจังหวัดเชียงราย มีส่วนร่วมกำหนดความต้องการวัตถุดิบปลอดภัยจากท้องถิ่น ก่อนประสานให้เกษตรกรวางแผนการผลิตตามปริมาณ คุณภาพ และช่วงเวลาที่ตลาดต้องการ

กลไก “พ่อกาดแม่กาด” สามารถเข้ามามีบทบาทในการรวบรวม คัดคุณภาพ และจัดส่งผลผลิต ขณะที่ Gift&Give Thailand และระบบข้อมูลห่วงโซ่อาหาร สามารถสนับสนุนการเชื่อมโยงตลาดและติดตามผลด้านเศรษฐกิจ

หนึ่งในเป้าหมายที่เสนอคือ การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้วัตถุดิบปลอดภัยจากท้องถิ่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ภายใต้ข้อตกลงและเกณฑ์ที่กำหนดร่วมกัน โดยต้องคำนึงถึงปริมาณผลผลิต คุณภาพ ราคา และระบบขนส่งที่เหมาะสม

แนวทางนี้จะช่วยให้การดูแลสิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงกับโอกาสทางเศรษฐกิจ เกษตรกรมีแรงจูงใจรักษามาตรฐานการผลิต ขณะที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอาหารปลอดภัยที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

เสนอจังหวัดสร้างพื้นที่ต้นแบบวัดผลได้จริงก่อนขยายผล

ข้อเสนอการฟื้นฟูแม่น้ำกกและการพัฒนาเกษตรปลอดภัยควรดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม เกษตร สาธารณสุข ชลประทาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจ

ในระยะแรกอาจคัดเลือกพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยที่มีความพร้อม เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ต้นแบบแบบครบวงจร ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนวิธีผลิต การจัดการน้ำจากแปลงเกษตร การตรวจคุณภาพน้ำและผลผลิต ไปจนถึงการเชื่อมโยงตลาดรับซื้อ

การติดตามผลควรตรวจสอบทั้งคุณภาพน้ำที่เข้าสู่พื้นที่เกษตรและน้ำที่ระบายออก เพื่อแยกแยะมลพิษที่มีอยู่เดิมออกจากมลพิษที่อาจเกิดขึ้นภายในแปลง พร้อมติดตามปริมาณฝน การไหลของน้ำ และปัจจัยการผลิต

ส่วนการทดลองระบบบำบัดแม่น้ำกกทั้ง 4 รูปแบบ จำเป็นต้องมีการประเมินทางวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบ รวมถึงการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย การจัดการของเสีย และผู้รับผิดชอบดูแลระบบในระยะยาว

ข้อมูลทั้งหมดควรเปิดเผยให้ประชาชนสามารถติดตามและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการใช้งบประมาณและการดำเนินโครงการนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

เมื่อมีหลักฐานยืนยันประสิทธิภาพและความคุ้มค่าแล้ว จึงพิจารณาขยายผลไปยังพื้นที่อื่นตามความเหมาะสม

จากวิกฤตแม่น้ำกกสู่โอกาสสร้างอนาคตเชียงราย

แม่น้ำกกไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่ยังเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต การเกษตร การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของชุมชนจำนวนมาก

การฟื้นฟูแม่น้ำกกจึงมีความหมายมากกว่าการทำให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้น แต่เป็นการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในระยะยาว

หากจังหวัดเชียงรายสามารถเชื่อมโยงการจัดการน้ำ การลดมลพิษ การพัฒนาเกษตรปลอดภัย และระบบตลาดอาหารเพื่อสุขภาวะเข้าด้วยกันได้ ก็จะเป็นอีกแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม

นายกิตติ ทิศสกุล มองว่า แนวคิดระบบบำบัดน้ำทั้ง 4 รูปแบบ เมื่อดำเนินการควบคู่กับการลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร จะเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนกัน และสามารถพัฒนาเป็นแนวทางที่เกิดประโยชน์ต่อเชียงรายในภาพรวมได้

แม้บางมาตรการจำเป็นต้องผ่านการศึกษาทดลองและการประเมินผลก่อนลงทุน แต่การสร้างความร่วมมือ การลดมลพิษที่เกิดขึ้นภายในจังหวัด และการพัฒนาระบบเกษตรปลอดภัย เป็นภารกิจที่สามารถเริ่มขับเคลื่อนได้ตั้งแต่วันนี้

ท้ายที่สุด การฟื้นฟูแม่น้ำกกไม่ใช่เพียงเรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของอนาคตเชียงรายที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมได้

จากสายน้ำที่หล่อเลี้ยงผู้คน สู่ผืนดินที่ผลิตอาหารปลอดภัย จากเกษตรกรที่มีรายได้มั่นคง สู่ชุมชนที่มีสุขภาวะและสิ่งแวดล้อมที่ดี ทุกองค์ประกอบล้วนเชื่อมโยงกัน

และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส เพื่อร่วมกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และส่งต่อเชียงรายที่งดงาม ปลอดภัย และน่าอยู่ให้ลูกหลานในอนาคต.

ข้อมูลและแนวคิด : นายกิตติ ทิศสกุล (ลุงหนิ่ง)

โครงการบูรณาการและขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาวะตลอดห่วงโซ่

Gift&Give Thailand

บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีเชียงรายวิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด

เรียบเรียง : ก้าวไกร NEWS

หมายเหตุสำหรับการเผยแพร่: เนื้อหานี้เป็นรายงานเชิงข้อเสนอและแนวคิด ไม่ใช่โครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว โดยเฉพาะระบบบำบัดทั้ง 4 รูปแบบยังต้องพิสูจน์ประสิทธิภาพต่อสารหนูและโลหะหนัก รวมถึงตรวจสอบรายละเอียดกรณีศึกษาจากต่างประเทศก่อนนำไปใช้อ้างอิงเชิงเทคนิค

ข่าวอื่นๆ